ในยุคที่ปัจจุบัน การทำศัลยกรรมเสริมความงามกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็ทำกัน และการเข้ารับบริการก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีคลินิกเสริมความงามมากมายพร้อมเปิดให้บริการ อีกทั้งราคาก็มีหลายระดับให้เลือก แต่ทุกอย่างย่อมมีโอกาสเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ การศัลยกรรมก็เช่นกัน ดังนั้น หากใครสงสัยว่า
“ถ้าศัลยกรรมแล้วหน้าพังจะฟ้องใคร ?” มาดูคำตอบกัน👇👇

🔎สามารถแจ้งแพทยสภาเพื่อตรวจสอบ จะมีการพิจารณาของคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมากมักจะใช้วิธีการไกล่เกลี่ยก่อน โดยเข้าไปดูแลค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

👉ฟ้องได้ในทางแพ่งมาตรา 420, 446, 448 ตามกฎหมายสามารถฟ้องร้องได้ในทางแพ่งและพาณิชย์โดยมีระยะเวลาฟ้องร้องภายใน 1 ปี ก่อนที่คดีจะหมดอายุความ ในทางแพ่ง สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากผลกระทบในการทำศัลยกรรม

📚อย่าลืมรวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อนำมาพิสูจน์ข้อเท็จจริง อาทิ
📍รายละเอียดสถานบริการเสริมความงาม เช่น ชื่อ สถานที่ตั้ง เลขทะเบียนนิติบุคคล โบว์ชัวร์
📍ชื่อ และนามสกุลของแพทย์หรือผู้ให้บริการ
📍ภาพถ่ายก่อน และหลังรับบริการทุกครั้ง
📍ใบเสร็จรับเงินที่ชำระค่าบริการทุกครั้ง
📍หลักฐานอื่นๆ เช่น หลักฐานการถูกยกเลิกงานหรือสัญญาอันเป็นผลให้สูญเสียรายได้

กันไว้ย่อมดีกว่าแก้ อย่างไรก็ตาม ‘Prevention is better than Cure’ หากใครมีแพลนคิดจะทำศัลยกรรม อย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ละเอียด รวมทั้งคิดถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมาด้วย เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

รู้หรือไม่ กรณีนี้สถาบันอนุญาโตตุลาการ สามารถช่วยเหลือเคสหน้าพังจากคลินิคได้ เช่นกัน หากยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย สามารถส่งคำถามมาได้ที่ info@thac.or.th