การประนอมข้อพิพาทจะมีความยากหรือง่ายนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ มากมาย และสิ่งที่นำเสนอต่อไปนี้คือปัจจัยที่ก่อให้เกิดความยากของการแก้ไขปัญหาข้อพิพาท ดังนี้

  • คู่กรณีที่เกิดความขัดแย้งกันนั้นมีส่วนที่เหมือนหรือคล้ายกันมากน้อยเพียงไหน
  • ก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งหรือข้อพิพาทกันนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ (คู่กรณี) เป็นเช่นไร
  • ความขัดแย้งหรือข้อพิพาทที่เกิดขึ้นนั้นมีความชัดเจนและสามารถแยกแยะประเด็นออกได้มากน้อยแค่ไหน
  • ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับใครบ้าง คู่กรณีมีจำนวนเท่าไหร่
  • ความเพียงพอของทรัพยากร และช่องทางในการแก้ไข
  • ระดับความมุ่งมั่น ต้องการ รวมไปถึงข้อจูงใจของคู่กรณีที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
  • การให้ความสำคัญในจุดต่างๆ ต่อความขัดแย้งเหล่านั้นของคู่กรณี
  • ระยะเวลาและความลึกซึ้งของข้อพิพาท
  • ลักษณะความสัมพันธ์และการใช้อำนาจของคู่กรณี
    มุมมองของคนรอบข้าง ระดับความเข้าใจของสาธารณะชน และความคิดเห็นที่แย้งขึ้นมา

สิ่งที่ได้กล่าวถึงในข้างต้นนี้เป็นปัจจัยที่ชี้ให้เห็นถึงระดับความยากของการแก้ไขปัญหาข้อพิพาท ลองมาดูระดับความง่ายในการแก้ไขว่าจะมีความแตกต่างกันอย่างไร

  • จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่มีคู่กรณีน้อย
  • คู่กรณีนั้นจะต้องมีอะไรที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกันมากที่สุด
  • ปัญหาข้อพิพาทเหล่านั้นมีความขัดแย้งจำนวน และมีความชัดเจนเป็นส่วนใหญ่
  • มีทางเลือกและทรัพยากรในการจัดการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทมาก
  • ตัวคู่กรณีต้องมีความมุ่งมั่นและความตั้งใจในการแก้ไขปัญหา
  • ประเด็นขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีความสำคัญน้อยต่อคู่กรณี
  • ข้อพิพาทมีความผิวเผิน
  • คู่กรณีมีความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาและมีการใช้อำนาจอย่างเสมอภาคและยุติธรรม
  • มุมมองความคิดเห็นและโต้แย้งน้อยจากสาธารณะชน

ซึ่งปัจจัยที่ได้กล่าวเหล่านี้ สามารถบ่งบอกได้เลยว่าความเป็นไปได้ที่การประนอมข้อพิพาท และประนอมข้อพิพาทโดยใช้คนกลางสามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก