ปัจจัยที่ทำให้การจัดการกับความขัดแย้งด้วยการเจรจาประนอมข้อพิพาทโดยใช้คนกลางสำเร็จ ตอนคู่กรณี

2. คู่กรณี

คู่กรณีจะยอมให้มีการจัดการกับข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นด้วยประนอมข้อพิพาทโดยใช้คนกลางนั้น ก็ต่อเมื่อสถานการณ์สุกงอม นั่นก็คือเมื่อเห็นว่าการใช้ความรุนแรงนั้น ไม่สามารถเอาชนะซึ่งกันและกันได้แล้วนั่นเอง

สำหรับคู่กรณีที่ยังไม่พร้อมเข้าพูดคุย หรือเจรจากันอย่างเป็นทางการนั้น อาจใช้วิธีการสนับสนุนผู้ที่ต้องการให้เกิดสันติภาพ เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาการขัดแย้ง ด้วยวิธีการต่างๆ อาทิเช่น การกดดันจนทำให้เกิดความสมมาตร หรือวิธีการอื่นๆ

นอกจากนี้คู่กรณีเองต้องการใช้อำนาจอย่างเสมอภาคและยุติธรรม จะทำให้เกิดความสำเร็จได้ ซึ่งมีปัจจัยดังต่อไปนี้

  • เป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ร่วมกัน
    เมื่อคู่กรณีเห็นว่าได้ประโยชน์ร่วมกันมากกว่าการมุ่งเอาแพ้ชนะ หรือการแยกกันทำ แม้ว่าได้รับผลหรือแตกต่างกันไป เช่น การสร้างโรงงานร่วมกัน แม้ว่าอาจขัดแย้งในด้านการจ่ายภาษีอยู่บ้าง แต่ก็สามารถร่วมงานกันได้ ซึ่งจะได้รับประโยชน์ที่ไม่เท่ากันเนื่องจากชั่วโมงหรือความพยายามที่ทำ
  • ความศรัทธาต่ออีกฝ่าย
    ในความคิดของคู่กรณีได้เชื่อว่าถ้าสามารถร่วมงานกันได้นั้น ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จ แต่เมื่อไหร่ที่ไม่มีความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันแล้วก็จะรู้สึกเลยว่าเสียเวลาที่มาพูดคุย หรือทำงานร่วมกันเปล่าๆ
  • ความเชื่อและเคารพมุมมองในอีกฝ่าย
    ในการเจรจาแบ่งสันปันส่วนนั้น จะต้องทำให้อีกฝ่ายยอมรับความเห็นของตน ซึ่งจะไม่เชื่อถืออีกฝ่าย แต่จะมีการยอมรับความคิดเห็นของอีกฝ่ายด้วย ไม่ใช่ยอมรับแต่ความคิดเห็นของตัวเองเท่านั้น
  • แรงบันดาลใจของคู่กรณีที่จะทำงานร่วมกัน
    แรงบันดาลใจเป็นมากกว่าการแข่งขัน และทำเพื่อให้ประสบความสำเร็จร่วมกัน ทั้งนี้จะต้องเน้นการเปิดใจมากกว่าการปิดกั้น
  • การแสดงความรับผิดชอบ
    กรณีที่ได้กระทำความผิด การยอมรับว่าตนได้ทำความผิดต่อคู่กรณี การแสดงความรับผิดชอบ ไม่ปฏิเสธ หรือบ่ายเบี่ยงความผิดเหล่านั้น และพร้อมที่จะรับผิดชอบอย่างเต็มที่เพื่อเยียวยาความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งนั้น(คู่กรณี) เป็นการสร้างความพึงพอใจต่อการดำเนินงานร่วมกันเป็นอย่างมาก
  • เคารพเชื่อฟังคู่กรณี
    จากงานวิจัยพบว่า ในการดำรงชีวิตของกลุ่มชาติพันธุภาคเหนือในการจัดการกับข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น จะต้องมีการเคารพผู้นำทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ และเมื่อผู้นำตัดสินอย่างไร จะต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เพราะมิเช่นนั้นแล้วจะถูกกดดันจากสังคม ทำให้ใช้ชีวิตร่วมกันในชุมชนอย่างลำบาก อาทิเช่น ชาวกระเหรี่ยง ชาวม้ง ชาวลาหู่ เป็นต้น