ด้วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจในทางการค้าและการลงทุนในระดับสากลมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะวิธีการในการทำธุรกรรมทางการเงินและการพัฒนารูปแบบหรือลักษณะของธุรกิจหรือกิจการในเชิงพาณิชย์ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอนั้น ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในทางเศรษฐกิจของสังคมไทยในเชิงบวกหลายประการ โดยเฉพาะการส่งเสริมการประกอบกิจการหรือการลงทุนโดยหน่วยงานของรัฐ ผ่านแนวนโยบายในทางเศรษฐกิจและสังของของรัฐ และการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบกิจการที่มีความต้องการแสวงหาช่องทางและโอกาสในทางธุรกิจเพื่อความเติบโตในทางเศรษฐกิจ

มาตรการทางกฎหมายด้านการค้าและการลงทุนและกระบวนการยุติธรรมทางแพ่งและพาณิชย์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินในลงทุนหรือดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการหรือผู้ลงทุนทั้งในประเทศและในระดับระหว่างประเทศ ในฐานะที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาเป็นลำดับแรกๆ ก่อนที่จะริเริ่มและตัดสินใจดำเนินการในกิจกรรมทางเศรษฐกิจประเภทต่างๆ เนื่องจากมาตรการทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นกฎหมายบังคับภายในประเทศ มีผลกระทบโดยตรงทั้งในทางที่เป็นอุปสรรคและในทางที่เป็นปัจจัยสนับสนุนในรายธุรกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมจึงเป็นหลักประกันสำคัญในฐานะกติกาที่ “ยอมรับได้” กับผู้เล่นในทางเศรษฐกิจทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนธุรกิจ และประชาชนโดยทั่วไปสามารถแสวงหาความเป็นธรรมในทางเศรษฐกิจและสังคมได้ แม้ในกรณีที่มีความขัดแย้งขึ้นระหว่างผู้เล่นในทางเศรษฐกิจที่อยู่ในฐานะต่างๆ กันที่เป็นข้อพิพาทซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินกิจกรรมทางการค้าและการลงทุน ซึ่งทุกฝ่ายต่างสามารถคาดหมายได้ถึงวิธีการที่ยุติข้อพิพาทที่เกิดขึ้นที่เป็นธรรมในทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ

ในประเทศไทย กระบวนการยุติข้อพิพาททางแพ่งและพาณิชย์ ทั้งที่เป็นกระบวนการยุติข้อพิพาทโดยไม่เป็นคดีความด้วยกระบวนการนอกศาลและกระบวนการยุติข้อพิพาทโดยศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดนั้นต่างก็พัฒนากระบวนการไปพร้อมกัน เพื่อให้ระบบกฎหมายทั้งหมดสอบรับกันในทางที่มีผลให้เกิดความเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย บนมาตฐานทางกฎหมายที่ยอมรับกันเป็นหลักการสากลระหว่างประเทศ ที่เป็นสนธิสัญญาว่าด้วยการค้าและการลงทุน ซึ่งเป็นหลักกฎหมายสากลที่ประเทศไทยนำมาพัฒนาระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอยู่เสมอ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอนาคตอย่างน้อยอีก 10 ปีข้างหน้า การระงับข้อพิพาทด้วยกระบวนการยุติธรรมโดยองค์กรอื่นที่ไม่ใช่ศาลยุติธรรมทั้งการไกล่เกลี่ยเจรจา การประนอมข้อพิพาท และการอนุญาโตตุลาการในประเทศไทย จะมีบทบาทมากขึ้นในการยุติข้อพิพาททางแพ่งและพาณิชย์ในฐานะวิธีการแรกที่นำมาใช้ในการแสวงหาข้อยุติที่เป็นธรรมก่อนการเป็นคดีที่ต้องนำไปสู่การยุติด้วยกระบวนการดำเนินคดีโดยศาล เป็นเหตุสำคัญที่จะก่อผลของการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ในทางเศรษฐกิจในที่สุด เพราะมีการรับรองกระบวนการยุติข้อพิพาทที่ครอบคลุมทั้งระบบที่เป็นไปตามหลักกฎหมายสากล ทั้งการยุติข้อพิพาทโดยสถาบันอนุญาโตตุลาการหรือสถาบันอื่นที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในกิจการเฉพาะด้านที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอย่างเป็นทางการ การอนุญาโตตุลาการตามที่ตั้งขึ้นอย่างเฉพาะตามเจตนาที่ตกลงยินยอมรับกันระหว่างคู่สัญญา และกระบวรการยุติธรรมทางแพ่งและพาณิชย์โดยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลยุติธรรม จะขยายพรมแดนที่เป็นโอกาสเศรษฐกิจให้กว้างยิ่งขึ้นไปด้วยการพัฒนาระบบกฎหมายให้สอดรับและเป็นไปตามมาตรฐานสากลอยู่เสมอนั้น เป็นการดึงดูดการค้าและการลงทุนที่สำคัญ โดยเฉพาะกับกลุ่มนักลงทุนหรือสถาบันทางการเงิน ที่มีกิจการในระดับระหว่างประเทศและระดับสากลให้เข้ามามีกิจกรรมในทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยกลไกของสถาบันอนุญาโตตุลาการ

แม้สถาบันอนุญาโตตุลากรจะเพิ่งจัดตั้งขึ้นและริเริ่มกระบวนการระงับข้อพิพาทนอกศาลได้ไม่นานนัก แต่เป็นก้าวสำคัญของกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ที่ได้แสดงความพร้อมทางศักยภาพว่าจะสามารถรอบรับความเติบโตทางเศรษฐกิจในทุกรูปแบบที่มีกำลังสูงในทั้งประเทศและต่างประเทศได้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าเศรษฐกิจในระดับสากลจะมีทิศทางอย่างไรก็ตามในอีก10ปีที่กำลังมาถึงนี้ก็ตาม ด้วยองค์ความรู้ทางวิชาการ การสนับสนุนและพัฒนาบุคลากรในวิชาชีพทางกฎหมาย และการเป็นพื้นที่สำหรับทุกกรอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะสามารถนำไปสู่การระงับข้อพิพาทที่เป็นคุณแก่ทุกฝ่าย คือความพร้อมของประเทศไทยในภาพรวมที่มีความสามารถที่จะแข่งขันได้ทัดเทียมและเทียบเท่ากับองค์กรต่างๆบนทุกกรอบการเจรจาทางการค้าและการลงทุนในเวทีเศรษฐกิจสากล

การริเริ่มกลไกอนุญาโตตุลาการ โดยสถาบันอนุญาโตตุลาการ จะนำไปสู่การบรรลุความท้าทายในอนาคตที่เป็นกรอบการเจรจาการค้าการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ๆ

ในอีก 10 ปีข้างหน้าอนาคตของอนุญาโตตุลาการในประเทศไทย จะเป็นสนามแห่งการแข่งขันสำหรับการสร้างโอกาสให้ทั้งวงวิชาชีพกฎหมายและผู้ประกอบกิจการในทุกระดับ ที่นำไปสู่อนาคตแห่งการสร้างขีดความสามารถที่สูงขึ้นไปในการเศรษฐกิจ ด้วยองค์ความรู้ทางวิชาการ การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรที่รองรับระบบในทางกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญอย่างเฉพาะเจาะจงในกฎหมายพาณิชย์โดยเฉพาะ และการอำนวยกระบวนการยุติธรรมของสถาบัน