อนุญาโตตุลาการคือใคร? และทำไมต้องเป็นอนุญาโตตุลาการ (ตอนที่ 1/5)

เมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้น สิ่งที่คนทั่วไปนึกถึงเป็นอย่างแรก นั่นคือการยุติปัญหาหรือแก้ไขข้อขัดแย้งด้วยการ "ศาล" ปัจจุบัน "ศาล" ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐที่ใช้อำนาจเพื่อพิจารณาวินิจฉัยคดีความและมีคำพิพากษาใประเทศไทยมีหลายประเภท ตามระบบของกฎหมายที่กำหนดให้การยุติธรรมของประเทศ มีศาลยุติธรรมและศาลปกครอง เป็นองค์กรที่ใช้อำนาจเพื่อยุติปัญหาที่เป็นคดีของประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งเป็นการยุติธรรมในระบบ "ศาลคู่" ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในทางสากล และเมื่อความซับซ้อนของปัญหาในสังคมมีมากขึ้น ความหลากหลายของรูปแบบความขัดแย้งนั้น รวมไปถึงความหลากหลายของวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งความหลากหลายดังกล่าวทำให้คู่ขัดแย้งของปัญหาที่มีมากกว่าสองฝ่ายขึ้นไป สามารถเลือกใช้เพื่อให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายให้เป็นผลที่ดีสุด ไม่ว่าจะเป็นทั้งฝ่ายผู้ก่อความเสียหาย ฝ่ายผู้ที่ด้รับความเสียหาย หรือบุคคลทั่วไปที่นับว่าเป็นสาธารณะชน   ในชีวิตประจำวัน เราต่างเกี่ยวข้องกับข้อตกลง หรือ "สัญญา" ที่ก่อให้เกิดความผูกพัน เป็นบ่อเกิดสิทธิและหน้าที่ ให้กับบุคคลที่เข้าตกลงกันปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญานั้น   แต่หากว่ามีคนผิดสัญญาหรือข้อตกลงนั้น หรือกระทำสิ่งต่างๆ ลงไปแล้วก่อความเสียหายให้กับผู้อื่น? ศาลยุติธรรม ในนามของศาลแพ่งเป็นองค์กรที่เป็นกลไกที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า จะสามารถระงับข้อพิพาทต่างๆ และสร้างความเป็นธรรมให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี ศาลแพ่งซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจในการพิจารณาวินิจฉัยในข้อปัญหาซึ่งเป็นคดีความฟ้องร้องกัน เช่น เรื่องการผิดสัญญาทางการค้า การเรียกค่าความเสียหายชดเชยในการไม่ปฏิบัติตามสัญญา การผิดสัญญาไม่ใช้เงินกันตามที่ตกลงกู้กัน เป็นต้น เพื่อให้มีคำพิพากษาที่จะบังคับให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย แน่นอนว่า ทั้งด้วยความซับซ้อนของสภาพสังคมในปัจจุบัน และการติดต่อทำข้อตกลงหรือมีธุรกรรมกันมีหลากหลายรูปแบบ คดีความที่เป็นข้อพิพาทซึ่งต้องหาข้อยุติที่เป็นธรรมนั้น มีเป็นจำนวนมากที่นำเสนอให้ศาลแพ่งพิจารณา และเพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรอบด้าน ในการรับฟังคู่กรณี การแสดงพยานหลักฐาน การต่อสู้คดีกันในกระบวนพิจารณาคดีที่ศาล การสรุปประเด็นเพื่อมีคำสั่งหรือคำพิพากษา [...]

By | April 5th, 2017|บทความ|0 Comments

ทางเลือกใหม่ของการระงับข้อพิพาท

THAC สถาบันอนุญาโตตุลาการ ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อการสนับสนุน ส่งเสริม พัฒนากระบวนการการระงับข้อพิพาททางเลือกมาตรฐานระดับสากล เพื่อการสนับสนุน ส่งเสริมภาคธุรกิจในการลงทุนและทำการค้าทั้งรายใหญ่จนถึงรายย่อย การให้บริการหลักของ THAC มีบริการด้านอนุญาโตตุลาการและบริการการประนอมข้อพิพาท ทั้งในประเทศหรือระหว่างประเทศด้วยมาตรฐานระดับสากล ข้อดีของการระงับข้อพิพาททางเลือกกับ THAC ข้อมูลถูกเก็บเป็นความลับ (Confidentiality) ข้อมูลทุกอย่างถูกเก็บเป็นความลับ ไม่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งสามารถช่วยในการรักษาโอกาสและไม่ให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อธุรกิจของคุณ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย (Save Time, Save Cost) THAC ช่วยอำนวยความสะดวกคุณในทุกกระบวนการการระงับข้อพิพาท ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้กระบวนการแบบไหน การอนุญาโตตุลาการและการประนอมข้อพิพาท มีกระบวนการที่สั้นและสะดวกรวดเร็ว ไม่ยืดเยื่อ จึงทำให้คุณสามาถประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย รวมถึงโอกาสทางธุรกิจไว้ได้ รักษาความสัมพันธ์อันดีต่อกัน (Save Relationship) กระบวนการประนอมข้อพิพาทไม่มีการตัดสินการแพ้หรือชนะ แต่เป็นการช่วยคุณและคู่กรณีของคุณในการหาทางออกร่วมกัน เมื่อจบกระบวนการคุณและคู่กรณีของคุณสามารถที่จะรักษาความสัมพันธ์และดำเนินธุรกิจต่อไปได้ กระบวนการอนุญาโตตุลาการ คุณและคู่กรณีของคุณสามารถเลือกผู้ชี้ขาดที่มีความเชี่ยวชาญในสาขางานนั้นๆที่ตรงกับความต้องการได้ เพื่อความเข้าใจในข้อพิพาทที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้และชี้ขาดได้ตรงจุด ทางเลือกใหม่ของทุกข้อพิพาท THAC สถาบันอนุญาโตตุลาการ By Webcontent1412

By | December 16th, 2016|บทความ|0 Comments

ระบบ ODR คืออะไร?

มาทำความรู้จักกับระบบ ODR (Online Dispute Resolution) หรือ ระบบระงับข้อพิพาททางออนไลน์กันเถอะ ปัจจุบันนี้ผู้คนนิยมใช้งานอินเตอร์เน็ตมากขึ้น จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่ขาดไม่ได้ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะเชื่อมต่อผ่านทางคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือ สมาร์ทโฟน การซื้อของหรือทำธุรกรรมต่างๆผ่านระบบออนไลน์จึงเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งก็คือระบบ e-Commerce โดย e-commerce  มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีมูลค่าธุรกิจที่สูงเพิ่มขึ้นและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อธุรกรรมออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น ก็ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมาย เช่น ผู้ซื้อไม่ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพตามที่ตกลงกันไว้ ภายในเวลาที่กำหนด ก็จะเกิดการโต้แย้งสิทธิหรือเกิดข้อพิพาทขึ้นได้ ระบบ ODR เกิดขึ้นครั้งแรกช่วงปี ค.ศ. 1990 โดยในปี 1996 บทความแรกที่เกี่ยวกับ ODR ปรากฏใน การวิจัยข้อมูลของ NCAIR (NATIONAL CENTRE FOR AEROSPACE INNOVATION AND RESEARCH) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการประชุมครั้งแรกที่ทุ่มเทให้กับ ODR และการระดมทุนจาก NCAIR ในการเปิดตัวโครงการ ODR เป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้มีการจัดการทดลองใช้ร่วมกับ eBay [...]

By | December 15th, 2016|บทความ|0 Comments

TalkDD แอปพลิเคชั่นที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อประนอมข้อพิพาทออนไลน์ระหว่างร้านค้าออนไลน์และนักช็อป

TalkDD แอปพลิเคชั่นที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อประนอมข้อพิพาทออนไลน์ระหว่างร้านค้าออนไลน์และนักช็อป โดยการเปิดโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่ายพูดคุยกันแบบออฟไลน์ซึ่งทำให้ประหยัดทั้งเวลา และยังรักษาน้ำใจกันไว้ได้ ร้านค้าออนไลน์ก็ไม่ถูกเสียบประจานเมื่อเกิดความผิดพลาดในการขายสินค้า ผู้ซื้อเองก็มั่นใจว่าหากสั่งของแล้วไม่ได้ตามที่สั่งก็สามารถร้องเรียนและเจรจากันได้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: http://waymagazine.org/151059/

ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการประนอมข้อพิพาทตอนที่ 3 (การสื่อสารที่ชัดเจนและถูกต้อง, กระบวนการมีส่วนร่วมของทีมงานและเครือข่าย, ทรัพยากรที่เพียงพอ)

ความเป็นไปได้ของการประนอมข้อพิพาท หรือการประนอมข้อพิพาทโดยใช้คนกลาง ตอนการสื่อสารที่ชัดเจนและถูกต้อง, กระบวนการมีส่วนร่วมของทีมงานและเครือข่าย, ทรัพยากรที่เพียงพอ 5. การสื่อสารที่ชัดเจนและถูกต้อง ในการสื่อสารนั้นต้องเริ่มที่คู่เจรจาบอกถึงความต้องการของตัวเองอย่างชัดเจน ว่าตนต้องการอะไร เหตุผลที่ต้องการและคู่กรณีก็ควรจะเข้าใจในสิ่งที่เราเองต้องการสื่อออกไป สำหรับการใช้การสื่อสารทั้ง 2 ทางนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ทั้งช่องทางที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น ในช่วงพักเบรก การพบกันระหว่างผู้เจรจากับระดับรองลงไป เพื่อเป็นการไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ครอบครองการพูดนั้นอาจต้องสร้างกฎเกณฑ์ให้ทุกคนได้พูดเช่น ให้พูดได้ไม่เกินคนละ 5 นาที เป็นต้น 6. กระบวนการมีส่วนร่วมของทีมงานและเครือข่าย ทุกคนจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการคิดการตัดสินใจด้วยกันเพื่อที่จะได้ดังที่ทุกคนต้องการ เปรียบเสมือการผ่าตัดที่ไม่ว่าใครต่างต้องร่วมแรงร่วมใจในการทำงาน ทั้งผู้บริหารและบุคลากรทุกฝ่ายในโรงพยาบาล ทั้งร่วมกันวิเคราะห์ และแบ่งทีมในการรักษา เยียวยา สอบสวน รวมไปถึงประชุมติดตามผลอย่างต่อเนื่องนั่นเอง 7. ทรัพยากรที่เพียงพอ ทรัพยากรในที่นี้หมายถึง งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ และบุคคล ดังเช่น การรักษาพยาบาลใช้เกณฑ์ พระราชบัญญัติประกันสุขภาพแห่งชาติ เข้ามาให้ความช่วยเหลือ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์หรือมีปัญหาการเงินไม่เพียงพอนั้น อาจมีหลายหน่วยงานหรือเงินจากส่วนอื่นๆเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ในการประนอมข้อพิพาทก็เช่นกันจะต้องมีการวางงบประมาณ และแผนการดำเนินเรื่อง

By | April 25th, 2016|บทความ|0 Comments

ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการประนอมข้อพิพาทตอนที่ 3 (บริบทสภาพแวดล้อม)

ความเป็นไปได้ของการประนอมข้อพิพาท หรือการประนอมข้อพิพาทโดยใช้คนกลาง ตอนบริบทสภาพแวดล้อม 4. บริบทสภาพแวดล้อม บริบทสภาพแวดล้อมหมายถึง สถานที่ การนัดหมาย รวมไปถึงกฎกติกา ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยเลยในการทำให้การประนอมข้อพิพาทประสบความสำเร็จ เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ สถานที่และการนัดหมาย สำหรับสถานที่ที่ใช้ในการเจรจาประนอมข้อพิพาทนั้นจะต้องมีความเป็นกลาง ไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ หรือเสียเปรียบอย่างเด็ดขาด และที่สำคัญต้องไม่มีการกดดันใดๆระหว่างการเจรจา ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมประท้วง หรือแม้แต่โต๊ะเจรจานั้นจะต้องมีความเท่าเทียมกัน โดยทั่วไปนั้นจะนิยมใช้โต๊ะกลม ที่มีระดับเดียวกัน สามารถมองเห็นหน้ากันได้ทุกคน สถานที่ในการเจรจานั้นจะต้องเป็นสถานที่ที่ทำให้คู่กรณีรู้สึกสบายใจในการพูดคุย ซึ่งสถานที่เองจะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสม สำหรับการนัดหมายและเวลาในการเจรจา จะเริ่มตอนไหน ใช้ระยะเวลานานเพียงไหน หรือจะมีการพักในช่วงไหนนั้น จะขึ้นอยู่กับความพอใจ ของคู่กรณี กฎ กติกา ในการพูดคุย เมื่อทุกคนได้เข้าสู่โต๊ะเจรจาทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนกลาง หรือคู่กรณี ขั้นตอนแรกเลยคือการกล่าวทักทาย แนะนำตัวอย่างคร่าวๆ จากนั้นเป็นหน้าที่ของคนกลางในการกล่าวเปิดการเจรจา ซึ่งเรื่องที่จะต้องเกริ่นคือเป้าหมายของการมาเจรจา จะต้องใช้วิธีการสื่อสารแบบสร้างสรรค์ เคารพซึ่งกันและกัน และที่สำคัญคือการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความหวาดระแวง จะต้องผลัดกันพูด ผลัดกันฟัง โดยที่ไม่ด่วนตัดสินใจ โดยการเอาใจเขามาใส่ใจเรา กฎกติกาดังกล่าวนั้นจะต้องมาจากคู่กรณีทั้งสองเป็นผู้เสนอแนะด้วย

By | April 25th, 2016|บทความ|0 Comments

ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการประนอมข้อพิพาทตอนที่ 3 (การสร้างความสัมพันธ์และการไว้ใจ)

ปัจจัยที่ทำให้การจัดการกับความขัดแย้งด้วยการเจรจาประนอมข้อพิพาทโดยใช้คนกลางสำเร็จ ตอนการสร้างความสัมพันธ์และการไว้ใจ 3. การสร้างความสัมพันธ์และการไว้วางใจ ความสัมพันธ์และความสัมพันธภาพนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับการแก้ไขข้อขัดแย้ง หากความสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณีไม่ดีขึ้น  แทบจะไม่สามารถนำคู่กรณีมาแก้ไขปัญหา หรือจัดการกับข้อขัดแย้งเหล่านั้นได้เลย ความสัมพันธ์เป็นปัจจัยที่สำคัญเป็นอย่างมากของการเกิดหรือไม่เกิดความขัดแย้ง คือ 3 องค์ประกอบ ดังนี้ เนื้อหา วิธีการ ความสัมพันธ์ ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าไม่ควรคำนึงแค่เพียงเนื้อหาหรือเป้าหมายเพียงเท่านั้น เพราะวิธีการและความสัมพันธ์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากความสัมพันธ์ของคู่กรณีนั้นสามารถเอื้ออำนวยในการจัดการหรือแก้ไขข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้มาก ดังนั้นคำถามที่ควรทราบคือ ความสัมพันธ์ของคู่กรณีนั้นมีส่วนได้ส่วนเสีย หรือผลประโยชน์เป็นอย่างไร ความเป็นมาก่อนหน้านี้เป็นไปในทางที่ดีหรือไม่ เคยมีเหตุที่ต้องตัดขาดความสัมพันธ์กันหรือไม่ หรือที่ผ่านมานั้นเคยมีปัญหา ความบาดหมาง ตลอดจนการแบ่งพวกออกเป็นฝ่ายหรือไม่ อย่างไร ซึ่งแนวคิดนี้จะสอดคล้องกับแนวคิดของมอริส ที่ว่า ในความสัมพันธ์นั้นย่อมมีความขัดแย้งกันเป็นเรื่องที่ธรรมดามากๆ ไม่ว่าจะเป็นความต้องการ ความปรารถนาส่วนลึก ความกลัว ความกังวล จะเห็นได้เลยว่าแนวทางการแก้ไขนั้น ไม่สามารถแยกเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์ออกจากกันได้เลย แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาโดยนึกถึงทุกองค์ประกอบ สำหรับประเด็นความสำพันธ์ที่ควรพิจารณาคือ ความสัมพันธ์ในอดีตเป็นอย่างไร ดีต่อกันหรือไม่ หรือเคยแบ่งฝ่ายกันอย่างไร หากมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมานั้น ความขัดแย้งก็ไม่ค่อยเกิดขึ้นให้เห็น หากเกิดขึ้นแล้วก็สามารถแก้ไขได้ง่ายกว่า ถ้าเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนั้น จำเป็นต้องมีการฟื้นความสัมพันธ์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความไว้วางใจ หากไม่มีความไว้วางใจกันแล้วนั้นจะนำไปสู่ความลำบากและยากต่อการแก้ไข แต่ความขัดแย้งที่รุนแรงแม้ว่าจะการทำลายความเชื่อถือ เพิ่มความไม่ไว้วางใจ จนทำให้ปัญหาเหล่านั้นแก้ไขได้ยาก ยังมีข้อดีในเรื่องสร้างความสัมพันธ์ภาพให้แข็งแกร่งขึ้น [...]

By | April 12th, 2016|บทความ|0 Comments

ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการประนอมข้อพิพาทตอนที่ 3 (คู่กรณี)

ปัจจัยที่ทำให้การจัดการกับความขัดแย้งด้วยการเจรจาประนอมข้อพิพาทโดยใช้คนกลางสำเร็จ ตอนคู่กรณี 2. คู่กรณี คู่กรณีจะยอมให้มีการจัดการกับข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นด้วยประนอมข้อพิพาทโดยใช้คนกลางนั้น ก็ต่อเมื่อสถานการณ์สุกงอม นั่นก็คือเมื่อเห็นว่าการใช้ความรุนแรงนั้น ไม่สามารถเอาชนะซึ่งกันและกันได้แล้วนั่นเอง สำหรับคู่กรณีที่ยังไม่พร้อมเข้าพูดคุย หรือเจรจากันอย่างเป็นทางการนั้น อาจใช้วิธีการสนับสนุนผู้ที่ต้องการให้เกิดสันติภาพ เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาการขัดแย้ง ด้วยวิธีการต่างๆ อาทิเช่น การกดดันจนทำให้เกิดความสมมาตร หรือวิธีการอื่นๆ นอกจากนี้คู่กรณีเองต้องการใช้อำนาจอย่างเสมอภาคและยุติธรรม จะทำให้เกิดความสำเร็จได้ ซึ่งมีปัจจัยดังต่อไปนี้ เป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ร่วมกัน เมื่อคู่กรณีเห็นว่าได้ประโยชน์ร่วมกันมากกว่าการมุ่งเอาแพ้ชนะ หรือการแยกกันทำ แม้ว่าได้รับผลหรือแตกต่างกันไป เช่น การสร้างโรงงานร่วมกัน แม้ว่าอาจขัดแย้งในด้านการจ่ายภาษีอยู่บ้าง แต่ก็สามารถร่วมงานกันได้ ซึ่งจะได้รับประโยชน์ที่ไม่เท่ากันเนื่องจากชั่วโมงหรือความพยายามที่ทำ ความศรัทธาต่ออีกฝ่าย ในความคิดของคู่กรณีได้เชื่อว่าถ้าสามารถร่วมงานกันได้นั้น ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จ แต่เมื่อไหร่ที่ไม่มีความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันแล้วก็จะรู้สึกเลยว่าเสียเวลาที่มาพูดคุย หรือทำงานร่วมกันเปล่าๆ ความเชื่อและเคารพมุมมองในอีกฝ่าย ในการเจรจาแบ่งสันปันส่วนนั้น จะต้องทำให้อีกฝ่ายยอมรับความเห็นของตน ซึ่งจะไม่เชื่อถืออีกฝ่าย แต่จะมีการยอมรับความคิดเห็นของอีกฝ่ายด้วย ไม่ใช่ยอมรับแต่ความคิดเห็นของตัวเองเท่านั้น แรงบันดาลใจของคู่กรณีที่จะทำงานร่วมกัน แรงบันดาลใจเป็นมากกว่าการแข่งขัน และทำเพื่อให้ประสบความสำเร็จร่วมกัน ทั้งนี้จะต้องเน้นการเปิดใจมากกว่าการปิดกั้น การแสดงความรับผิดชอบ กรณีที่ได้กระทำความผิด การยอมรับว่าตนได้ทำความผิดต่อคู่กรณี การแสดงความรับผิดชอบ ไม่ปฏิเสธ หรือบ่ายเบี่ยงความผิดเหล่านั้น และพร้อมที่จะรับผิดชอบอย่างเต็มที่เพื่อเยียวยาความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งนั้น(คู่กรณี) เป็นการสร้างความพึงพอใจต่อการดำเนินงานร่วมกันเป็นอย่างมาก เคารพเชื่อฟังคู่กรณี จากงานวิจัยพบว่า ในการดำรงชีวิตของกลุ่มชาติพันธุภาคเหนือในการจัดการกับข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น [...]

By | April 12th, 2016|บทความ|0 Comments

ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการประนอมข้อพิพาทตอนที่ 3 (คนกลาง)

การเจรจาประนอมข้อพิพาทโดยใช้คนกลางประสบความสำเร็จได้นั้นจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย ซึ่งแต่ละปัจจัยนั้นล้วนมีความสำคัญด้วยกันทั้งนั้น เป็นเรื่องที่ยากหากจะหาว่าปัจจัยไหนสำคัญมากกว่ากัน วันนี้ ที เอช เอ ซี ได้รวบรวมปัจจัยดังกล่าวมาจากแหล่งต่างๆ ทั้งของประเทศตะวันตกและประเทศไทย มีดังนี้ 1. คนกลาง คนกลางจะคอยทำหน้าที่ในการดำเนินการประนอมข้อพิพาท พูดคุย และเจรจา ซึ่งสำคัญเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในบรรยากาศที่มีความตึงเครียดระหว่างคู่กรณี และคนกลางเองจะต้องเป็นที่ยอมรับนับถือของคู่กรณี ทั้งนี้จะต้องรับฟัง ไม่โอนเอียง และไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนั้นๆ สำหรับคุณสมบัติของคนกลางมีดังต่อไปนี้ มีทักษะในการฟัง ศ.นพ. วันชัย วัฒนศัพท์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประนอมข้อพิพาท ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับทักษะการสื่อสารของคนกลาง องค์ประกอบสามารถแบ่งเป็น การฟัง การพูด ภาษาท่าทาง ภาษาเขียนทักษะที่สำคัญมากคือ การฟังอย่างตั้งใจ จะทำให้การเจรจาในครั้งนั้นประสบความสำเร็จ ซึ่งผู้ฟังเองจะต้องมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้พูดด้วยภาษาท่าทาง ทำให้ผู้พูดรู้สึกว่าผู้ฟังกำลังฟังอยู่ตลอดเวลา อาจมีการถาม หรือทวนคำพูดของผู้พูด รวมไปถึงทวนอารมณ์ความรู้สึก เพื่อความถูกต้องของเนื้อหา ทักษะในการค้นหา คนกลางจะต้องรู้ให้ได้ว่าทำไม เพราะอะไรที่คู่กรณีไม่ต้องการประนอมข้อพิพาท ซึ่งคู่กรณีอาจไม่เห็นถึงความจำเป็น หรือเห็นว่าวิธีอื่นดีกว่าเช่น ฟ้องร้อง ประท้วง ดังนั้นคนกลางจะต้องชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการหันหน้ามาคุยกัน และคำให้คู่กรณีคิดว่าการใช้วิธีอื่นๆนั้นอาจไม่สำเร็จอย่างที่คิดไว้ก็ได้ ทักษะในการแปลงความสัมพันธ์ ด้วยการให้ผู้อื่นที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในข้อขัดแย้งเข้ามามีส่วนร่วมด้วย และเมื่ออยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาคู่กรณี จะต้องพยายามทำให้ความต่อต้านของคู่กรณีลดลงและหันมาให้ความร่วมมือ [...]

By | April 11th, 2016|บทความ|0 Comments

ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการประนอมข้อพิพาทตอนที่ 2 (ความเป็นไปได้ของการประนอมข้อพิพาท หรือการประนอมข้อพิพาทโดยใช้คนกลาง)

การประนอมข้อพิพาทจะมีความยากหรือง่ายนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ มากมาย และสิ่งที่นำเสนอต่อไปนี้คือปัจจัยที่ก่อให้เกิดความยากของการแก้ไขปัญหาข้อพิพาท ดังนี้ คู่กรณีที่เกิดความขัดแย้งกันนั้นมีส่วนที่เหมือนหรือคล้ายกันมากน้อยเพียงไหน ก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งหรือข้อพิพาทกันนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ (คู่กรณี) เป็นเช่นไร ความขัดแย้งหรือข้อพิพาทที่เกิดขึ้นนั้นมีความชัดเจนและสามารถแยกแยะประเด็นออกได้มากน้อยแค่ไหน ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับใครบ้าง คู่กรณีมีจำนวนเท่าไหร่ ความเพียงพอของทรัพยากร และช่องทางในการแก้ไข ระดับความมุ่งมั่น ต้องการ รวมไปถึงข้อจูงใจของคู่กรณีที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น การให้ความสำคัญในจุดต่างๆ ต่อความขัดแย้งเหล่านั้นของคู่กรณี ระยะเวลาและความลึกซึ้งของข้อพิพาท ลักษณะความสัมพันธ์และการใช้อำนาจของคู่กรณี มุมมองของคนรอบข้าง ระดับความเข้าใจของสาธารณะชน และความคิดเห็นที่แย้งขึ้นมา สิ่งที่ได้กล่าวถึงในข้างต้นนี้เป็นปัจจัยที่ชี้ให้เห็นถึงระดับความยากของการแก้ไขปัญหาข้อพิพาท ลองมาดูระดับความง่ายในการแก้ไขว่าจะมีความแตกต่างกันอย่างไร จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่มีคู่กรณีน้อย คู่กรณีนั้นจะต้องมีอะไรที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกันมากที่สุด ปัญหาข้อพิพาทเหล่านั้นมีความขัดแย้งจำนวน และมีความชัดเจนเป็นส่วนใหญ่ มีทางเลือกและทรัพยากรในการจัดการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทมาก ตัวคู่กรณีต้องมีความมุ่งมั่นและความตั้งใจในการแก้ไขปัญหา ประเด็นขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีความสำคัญน้อยต่อคู่กรณี ข้อพิพาทมีความผิวเผิน คู่กรณีมีความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาและมีการใช้อำนาจอย่างเสมอภาคและยุติธรรม มุมมองความคิดเห็นและโต้แย้งน้อยจากสาธารณะชน ซึ่งปัจจัยที่ได้กล่าวเหล่านี้ สามารถบ่งบอกได้เลยว่าความเป็นไปได้ที่การประนอมข้อพิพาท และประนอมข้อพิพาทโดยใช้คนกลางสามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

By | April 11th, 2016|บทความ|0 Comments