ศูนย์การประนอมข้อพิพาท

THAC Mediation Center


บริการประนอมข้อพิพาท Mediation Services

     การประนอมข้อพิพาทเป็นกระบวนการระงับข้อพิพาทโดยสมัครใจของคู่พิพาททุกฝ่าย โดยที่คู่พิพาทตกลงแต่งตั้งบุคคลที่สามเข้ามาช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการเจรจาต่อรองเพื่อนำไปสู่การระงับข้อพิพาทโดยมีการดำเนินกระบวนการที่เป็นความลับเพื่อรักษาความลับของคู่พิพาท โดยคำนึงถึงผลประโยชน์และผลลัพธ์ในการยุติข้อขัดแย้งซึ่งทั้งสองฝ่ายเพื่อบรรลุผลเป้าประสงค์ร่วมกันของคู่พิพาท

ศูนย์การประนอมข้อพิพาทจึงได้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการการประนอมข้อพิพาทในทางแพ่งและพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นข้อพิพาทในประเทศหรือระหว่างประเทศ อาทิ ข้อพิพาททางการเงินการธนาคาร การก่อสร้าง เรื่องการลงทุนและธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และข้อพิพาทที่ไม่มีทุนทรัพย์ เป็นต้น รวมถึงการประนอมข้อพิพาทในเรื่องอื่นๆที่คู่พิพาทต้องการประนอมข้อพิพาท โดยการดำเนินกระบวนการประนอมข้อพิพาทของสถาบันอนุญาโตตุลาการจะเป็นไปตามข้อบังคับสถาบันอนุญาโตตุลาการ ว่าด้วยการประน้อมข้อพิพาท พ.ศ.2557 ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่ได้การยอมรับและได้มาตรฐานะระดับสากลและดำเนินการประนอมข้อพิพาทโดยผู้ประนอมที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในข้อพิพาทแต่ละประเภท


ความเป็นมา

สถาบันอนุญาโตตุลาการในฐานะองค์กรที่มีชื่อเสียงและเป็นผู้นำในการให้บริการ ด้านการระงับข้อพิพาททางเลือกทั้งข้อพิพาท     ในประเทศและข้อพิพาทระหว่างประเทศ ที่ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์อย่างสูงด้านการระงับข้อพิพาท ขณะที่การจัดการและเตรียมการในการเจรจาต่อรองที่เกี่ยวกับข้อพิพาทที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และมีทุนทรัพย์จำนวนมากนั้น เป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ปัญหาหรือ       การระงับข้อพิพาทของสถาบัน ซึ่งสถาบันได้จัดให้มีการจัดการและ    การเตรียมการดำเนินการข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สถาบันและคู่กรณีสามารถควบคุมและคาดหมายถึงผลสัมฤทธิ์ได้เป็นอย่างดี

แนวโน้มของการประนอมข้อพิพาท

สืบเนื่องจากการระงับข้อพิพาทมีด้วยกันหลายวิธี เริ่มตั้งแต่ การเจรจาระหว่างคู่กรณี การประนอมหรือการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยคนกลาง อนุญาโตตุลาการที่มีคำชี้ขาดและการฟ้องคดีต่อศาล ซึ่งในแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป โดยแนวโน้มของการระงับ     ข้อพิพาทที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยทั่วไปจะต้องมีคนกลางที่มีความเป็นกลางในการระงับข้อพิพาท ส่วนวิธีการและกระบวนการระงับข้อพิพาทโดยคนกลางจะมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการประนอม  ข้อพิพาท อนุญาโตตุลาการ หรือการฟ้องคดีต่อศาล อาจจะขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อพิพาท และความต้องการของคู่กรณีเป็นสำคัญ ปัจจุบันแนวโน้มการระงับข้อพิพาทโดยวิธีการประนอมได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ เนื่องจากอนุญาโตตุลาการและการฟ้องคดีต่อศาล เป็นกระบวนการที่ใช้ระยะเวลานาน เป็นวิธีที่เคร่งครัด ไม่ยึดหยุ่น มีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน และเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก อีกทั้งการรักษาความสัมพันธ์และความลับของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายกระทำได้ยากดังนั้น การประนอมข้อพิพาทซึ่งเป็นกระบวนการที่รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก คู่กรณีสามารถปรับเปลี่ยนหรือควบคุมได้ เสียค่าใช้จ่ายน้อย รักษาความลับและความสัมพันธ์ของคู่กรณี จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่แนวโน้มการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีนี้เป็นที่แพร่หลายอย่างมากในปัจจุบัน

จุดเด่นของการประนอมข้อพิพาท

  1. การประนอมจะช่วยคู่กรณีในการระงับข้อพิพาทหรือลดความเสี่ยงในการขยายตัวของข้อพิพาท และจะนำไปสู่ข้อตกลงร่วมกัน
  2. รักษาความลับและความสัมพันธ์ของคู่กรณี
  3. คู่กรณีสามารถควบคุมและคาดการณ์ถึงวิธีการและผลลัพธ์ของการตกลงได้
  4. เป็นกระกระบวนการแบบฉันมิตรที่มีลักษณะรวดเร็ว กระชับ ไม่ยุ่งยาก
  5. คู่กรณีสามารถกำหนดหรือระบุตัวบุคคลที่จะเป็นผู้ทำหน้าที่ประนอมข้อพิพาทได้ ซึ่งทำให้ได้บุคคลที่มีเชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้ตรงตามประเภทของข้อพิพาทและความต้องการของคู่กรณี
  6. เป็นการระงับข้อพิพาทที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการระงับข้อพิพาทรูปแบบอื่น

ประเภทของข้อพิพาท

สถาบันให้บริการประนอมข้อพิพาทในทางแพ่งและพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นข้อพิพาทในประเทศหรือ ระหว่างประเทศ อาทิ เช่น การเงินการธนาคาร การก่อสร้าง การขนส่ง การค้าระหว่างประเทศ โดยไม่จำกัด ทุนทรัพย์ที่พิพาท อีกทั้ง ยังรวมถึงข้อพิพาทที่ไม่มีทุนทรัพย์